บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

ฉลามกับดาบเลเซอร์

นักวิทยาศาสตร์พบว่าฉลามแลนเทิร์น (lanternshark) เป็นฉลามขนาดเล็ก ใช้การเรืองแสงเพื่อพรางต้วและเพื่อโชว์ตัวในเวลาเดียวกัน มันใชการเรืองแสงเพื่อหลอกเหยื่อเบื้องล่างได้ โดยแสงที่เรืองออกมาทำใหเหยื่อด้านล่างไม่คิดว่ามีผู้ล่าอยู่เหนือมัน แต่บนหลังกลับมีหนามที่เรืองแสงได้เพื่อบอกผู้ล่าของมันว่าถ้าจะกินมันก็คิดให้ดีๆก่อน อ่านต่อ: Glowing shark’s ‘lightsaber’ warning http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-21531532

Advertisements
บทที่ 3 พันธุศาสตร์, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

ปลาเรืองแสงในน้ำเสีย

นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Exeter ที่ผมไปเรียนป.เอกมาสร้างปลาที่เรืองแสงได้ในเสียเพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดทางชีวภาพว่ามีสารพิษที่มาจากสีหรือพลาสติกในน้ำหรือไม่ โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างน้ำมาทดสอบในห้องปฏิบัติการครับ

ที่มา: CBBC Newsround – Scientists have created toxic glow fish.

บทที่ 6 โครงสร้างและหน้าที่ในพืช

การจำแนกส้มเน่า

นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์เครื่องมือที่จะจำแนกส้มเน่าออกจากส้มดีได้ด้วยการใช้ภาพและแบล็กไลท์ (black light)

ในอุตสาหกรรมส้ม มีความจำเป็นที่ต้องจำแนกส้มเน่าออกเพื่อไม่ให้ปะปนเข้าไปยังสายการบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นยอด

การจำแนกส้มเน่านี้ไม่ง่ายนักเมื่อไม่สามารถสังเกตุจากภายนอกได้ แต่การเน่าจะเริ่มเกิดขึ้นจากภายใน และจะทำให้มีน้ำมันไหลออกมายังผิวส้ม การใช้แสงยูวีจะทำให้เราเห็นการเรืองแสง ซึ่งทำในห้องมืด แต่แรงงานคนก็ยังมีความสำคัยในการตรวจสอบส้ม ทำให้เกิดความเสี่ยงของการได้รับแสงยูวีมากเกินไปแม้จะมีเสื้อผ้าและแว่นตาป้องกันไว้แล้ว

ที่มา: BBC News – Machine uses artificial vision to detect rotten oranges.

บทที่ 2 เซลล์

ผ้าพันแผลเรืองแสง

ทำแผลเสร็จแล้วไม่ได้แปลว่าจะไม่ติดเชื้อ แต่กว่าจะรู้ก็อาจจะสายเกินไปแล้ว ดังนั้นในข่าวนี้ จึงได้นำเสนอการคิดค้นผ้าพันแผลแบบใหม่ที่มีเจลที่จะเรืองแสงสีชมพูได้เมื่อสัมผัสกับแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อของแผล

งานวิจัยนี้ได้รับทุนมาจากห้องปฏิบัติการทางด้านกลาโหม ที่อยากได้ผ้าพันแผลที่จะมีอะไรสำหรับบ่งบอกได้หากมีแบคทีเรียที่แผล โดยส่องด้วยแสงยูวี แทนที่จะต้องเอาตัวอย่างไปเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ

แต่เจลที่ใช้นี้ก็มีฤทธิในการยับยั้งแบคทีเรียได้ในตัวเองด้วยเช่นกัน

ที่มา: BBC News – Glowing wound dressing indicates infection.

บทที่ 3 พันธุศาสตร์

ใช้แมวเรืองแสงศึกษาโรคเอดส์

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาเรื่องนี้ในวารสาร Nature Methods โดยกล่าวว่าพวกเขาได้ตัดต่อพันธุกรรมแมว โดนใส่ยีนที่ทำให้เรืองแสงได้ชื่อ Green Fluorescent Protein (GFP) ที่ได้มาจากแมงกระพรุน ติดกับยีนชื่อ restriction factor ที่นำมาจากลิงรีซัส (rhesus monkey) ในเซลล์ไข่โอโอไซต์ (oocyte) ของแมว

ผลิตภัณฑ์จากยีน restriction factor เป็นสิ่งที่ภูมิคุ้มกันของเราและแมวเองก็ใช้ในต่อสู้กับไวรัส แต่เราทำอะไรไวรัสเอดส์ไม่ได้ แต่โปรตีนนี้ที่ได้จากลิงรีซัสสามารถจัดการกับไวรัสได้ นักวิทยาศาสตร์จึงนำมันมาทดลอง

หากยีนของลิงรีซัสทำงาน เราจะเห็นแมวหรือเซลล์ของแมวเรืองแสงเป็นสีเขียวๆได้ และดูเหมือนผลการทดลองจะแสดงให้เห็นว่านักวิจัยประสบความสำเร็จดีในการใส่ยีนทั้งสองให้ไปทำงานในเซลล์แมว

เมื่อนำเซลล์แมวมาทดสอบกับเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ในแมวชื่อ Feline Immunodeficiency Virus หรือ FIV พบว่ายีน restriction factor ของลิงรีซัสที่ใส่ไปนี้ทำให้อัตราการเพิ่มของไวรัส FIV ในเซลล์แมวลดลง

ในอนาคตอาจนำเอาไวรัส FIV ไปฉีดใส่แมวที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมก็ได้ แล้วค่อยมาดูกันว่าแมวจะต้านทานไวรัสนี้ได้ดียิ่งขึ้นหรือไม่

ที่มาของข่าว: BBC News – Glowing cats shed light on Aids.