บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

ทำไมนกเพนกวินถึงบินไม่ได้

Flightless penguin puzzle ‘solved’ http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-22601223
นัวิทยาศาสตร์วิเคราะห์พลังงานที่นกต้องใช้ในการบินด้วยปีกแบบต่างๆระหว่างพวกที่บินได้และไม่ยอมลงน้ำ พวกที่บินได้และลงน้ำได้ กับกลุ่มสุดท้ายทีินไม่ได้แล้ว ในกรณีของเพนกวิน ปีกของมันไม่เหมาะกับการบิน ปีกที่เหมาะกับการบินก็จะไม่เหมาะกับการว่ายน้ำ

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

เพนกวินก็เป็นเหยื่อของค้างคาวดูดเลือด

มันยังกินเลือดสิงโตทะเลอีกด้วย ‘Vampires’ attack penguin chicks http://www.bbc.co.uk/nature/21534299

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

พฤติกรรมเพนกวินอเดลล่าเหยื่อเชิงลึก

นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นรายงานการศึกษาพฤติกรรมล่าเหยื่อเพนกวินอเดลในวารสาร PNAS ว่าด้วยการใช้การถ่ายวีดิทัศน์ตามปกติ ร่วมกับการใช้เครื่องวัดความเร่ง (accelerometer) ที่ปัจจุบันก็มีขนาดเล็กพอที่จะติดสองเครื่องในเพนกวินตัวเดียวได้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์บอกพฤติกรรมที่ได้มาจากเครื่องมือวัดความเร่งที่ติดนี้ว่าเพนกวินขยับหัวกับปากอย่างไรเมื่อเทียบกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย

การล่าเหยื่อสองชนิดหลักอันได้แก่คริลและปลาขั้วโลกมีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อดูคลิปพฤติกรรมเทียบกับข้อมูลที่อ่านได้จากเครื่องวัดความเร่งทำให้นักวิทยาศาสตร์มั่นใจว่าเพนกวินอเดลว่ายน้ำเข้าหาเหยื่อและงับเหยื่อตอนไหน แม้กระทั่งจะบอกว่ามันกินคริลวินาทีละสองตัวก็ทำได้เหมือนกัน ในขณะที่ปลาขั้วโลกพรางตัวกับแผ่นน้ำแข็ง แต่ดูเหมือนไม่มีผลต่อเพนกวินอเดลที่ตรงเข้าไปจับพวกมันมากินได้เหมือนระบบพรางตัวไม่มีผลอะไร

ที่มา: BBC Nature – Cameras reveal penguins’ efficient hunting techniques.

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

มอสขั้วโลกใต้ได้ปุ๋ยจากมูลเพนกวินโบราณ

ข่าวนี้เกี่ยวกับการพบว่ามอสที่ขึ้นในที่หนาวเย็นอย่างขั้วโลกใต้ได้ปุ๋ยมาจากมูลนกเพนกวิน แต่ไม่ใช่มูลนกเพนกวินของยุคปัจจุบัน กลับเป็นมูลที่ถูกเพนกวินถ่ายทิ้วไว้ตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อน

ที่มา BBC Nature – Antarctic moss lives on ancient penguin poo.

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

นับจำนวนเพนกวินจักรพรรดิ์จากอวกาศ

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาจำนวนเพนกวินจักรพรรดิ์ในวารสาร PLoS ONE ว่าด้วยการศึกษาจากระยะไกลล่าสุด พวกเขาพบว่ามีพวกมันกว่าหกแสนตัวบนทวีปแอนตาร์กติกา (Antarctica)

เดิมทีนั้นได้มีการประเมินไว้ว่าพวกมันอาจจะมีกันสักสองแสนกว่าถึงสามแสนตัว แต่ด้วยเทคนิคที่รายงานนี้พบว่ามันมีกว่านั้นถึงสองเท่า การที่เราทราบจำนวนประชากรเพนกวินจักรพรรดิ์นี้ จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้ดีขึ้นในอนาคตอีกด้วย

สำหรับเทคนิคการศึกษาจำนวนเพนกวินจักรพรรดิ์นี้จากอวกาศ เริ่มจากการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมหารอยน้ำตาลบนผืนน้ำแข็งสีขาว ซึ่งหมายถึงบริเวณที่เต็มไปด้วยอึเพนกวินซึ่งเป็นปุ๋ยขี้นก (guano) ซึ่งก็ไม่ถือว่ายากแม้ว่าจะต้องสำรวจเป็นพื้นที่กว้างใหญ่สักหน่อยก็ตาม

หลังจากที่พบตำแหน่งของปุ๋ยขี้นกแล้ว นักวิจัยจะใช้ภาพความละเอียดสูงศึกษาประชากรของเพนกวินจักรพรรดิ์ ซึ่งเมื่อเราทราบการกระจายตัวของเพนกวินซึ่งมักจะเป็นแบบสม่ำเสมอ (uniform) จะทำให้เราได้โมเดลสำหรับคำนวณจำนวนนกบนพื้นได้แม้จะมีภาพที่ไม่ได้ละเอียดขนาดเห็นพวกมันเป็นตัวๆได้

อย่างไรก็ตามเรายังต้องใช้การนับจำนวนนกจากการศึกษาภาคพื้นดิน และการถ่ายภาพที่ให้เห็นเป็นตัวๆได้จากการถ่ายภาพทางอากาศเพื่อปรับโมเดลในการคำนวณเพื่อให้สามารถคำนวณจำนวนได้แม่นยำมากขึ้นจากฝูงนกเพนกวินบางฝูง

การศึกษาแบบนี้ช่วยให้เราได้ข้อมูลประชากรโดยไม่ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม และรบกวนพวกนกมาเกินไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังอาจใช้เทคนิคเดียวกันนี้ในสัตว์อีกหลายชนิดๆที่มีลักษณะการดำรงชีวิตและกระจายตัวในรูปแบบสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ลิงก์:

บทที่ 4 วิวัฒนาการ

เพนกวินโบราณสูง 1.2 เมตร

นักวิทยาศาสตร์รายงานในวารสาร Journal of Vertebrate Paleontology ว่าซากดึกดำบรรพ์ของเพนกวิน (penguin) ที่พบในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเพนกวินที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 25 ล้านปีก่อน และสูงประมาณ 1.2 เมตร มีจงอยปากที่ยาว และปีกที่ทำหน้าที่เหมือนพาย (flipper) ยาวใหญ่

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการค้นพบเพนกวินแห่งไครูกุนี้ ทำให้มีเพนกวินยักษ์อยู่ที่นิวซีแลนด์ในระยะที่ผ่านมาของโอลิโกซีนแล้วถึงห้าชนิด

หากเราใช้ข้อมูลขนาดปีกของมัน จะพบว่ามันอาจจะสูงถึง 1.8 เมตร แต่จริงๆแล้วรูปร่างมันแปลกว่าเพนกวินที่เรารู้จัก มันจึงน่าจะสูงเพียง 1.2 เมตร

เมื่อ 25 ล้านปีที่แล้ว พื้นที่บริเวณนี้เป็นเพียงเกาะแก่ง และประเทศนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ยังจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้พวกมันอยู่รอดอยู่บนเกาะเล็กๆ ชื่อของมันมาจากภาษา Maori แปลว่าผู้ที่ดำน้ำลงไปและขึ้นมาพร้อมกับอาหาร

เพนกวินตัวใหญ่ที่สุด น่าจะเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่พบในประเทศเปรู ที่มีความสูงถึง 1.5 เมตรเลยทีเดียว …ลองจินตนาการว่ามีเพนกวินสูงเมตรครึ่งอยู่ตรงหน้าดู

ที่มา: BBC News – Big NZ fossil penguin reconstructed.

บทที่ 4 วิวัฒนาการ

เพนกวินขโมยหินจากรังคู่แข่ง

อเดลีเพนกวิน (Adelie penguin) ชนิด Pygoscelis adeliae พบได้ที่ขั้วโลกใต้ (Antarctica) ตัวผู้จะสร้างรังจากก้อนหินเพื่อปกป้องไข่จากน้ำที่ไหลมาเวลาน้ำแข็งละลาย โดยรังที่ดีกว่าจะถึงดูดตัวเมียให้มาผสมพันธุ์กับมัน

ตัวผู้มีพฤติกรรมที่จะขโมยหินจากรังคู่แข่งมาเสริมรังของตัวเอง เวลาที่เจ้าของรังคู่แข่งเผลอ

ภาพคลิปวีดิโอพฤติกรรมแบบนี้ถ่ายได้ยาก เพราะเพนกวินพวกนี้อยู่กันเป็นฝูงของตัวผู้ขนาด 250,000 ตัวที่แข่งกันสร้างรังที่อยู่ติดๆกัน และเพื่อจะให้ได้ภาพดีๆ ตากล้องต้องเข้าไปอยู่กลางฝูง และถูกโจมตีด้วยเสียงของนกนับแสน บางตัวก็มาดูและบังกล้อง ฯลฯ ต้องนับถือในความอดทนของตากล้องจริงๆ

อ่านเพิ่มเติม:

บทที่ 5 ความหลากหลาย

นกเพนกวินหาคู่

มาดูภาพและคำบรรยายเกี่ยวกับนกคิงเพนกวิน (King penguin) ที่ขั้นตอนการเลือกคู่เป็นเรื่องที่ต้องซีเรียสมากๆ เพราะจะต้องมีการสับเปลี่ยนไปหาอาหารในขณะที่อีกตัววางไข่ในระยะเวลากว่า 14 เดือนก่อนที่ลูกนกจะฟักออกมา

มันต้องมั่นใจในความสัมพันธ์ และสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ของคู่ครองเพื่อความอยู่รอดของตัวมันเองและลูกน้อย

เพนกวินแต่ละตัวก็หน้าตาเหมือนกันอีกด้วย ไม่รู้ว่ามันดูยังไงว่าตัวไหนตัวผู้ ตัวไหนตัวเมีย

ที่มา: BBC Nature – How penguins find a perfect partner.