บทที่ 5 ความหลากหลาย

วาฬ หรือ ปลาวาฬ

คนไทยยังติดเรียก “วาฬ” ว่าปลาวาฬอยู่ จากข้อมูลคำค้นหายอดนิยมผ่านกูเกิ้ลประเทศไทยในปี 2555 ที่ผ่านมา

Blog Aj.Joe

Google_Top_Search_Terms_250px_20121213ในขณะที่คำค้นหายอดนิยมบนโลกใบนี้ในปีนี้ (2012/2555) จะตกเป็นของ Whitney Houston ไม่ใช่ Gangnam Style หรือกังนัมสไตล์ที่ดังๆกัน กูเกิลยังได้สรุปคำค้นหายอดนิยมของกูเกิ้ลภาษาไทยไว้ด้วย (เช่นเดียวกับข้อมูลของประเทศต่างๆ)

สำหรับประเทศไทย คำค้นหายอดนิยมตกเป็น 4Shared บริการฝากไฟล์บนอินเตอร์เน็ต แต่ที่สองเป็นของ “แรงเงา” แบบไม่ต้องสงสัยอะไรมาก ในขณะที่กังนัมสไตล์ (แบบสะกดภาษาอังกฤษ) ได้ตำแหน่งที่สี่ไป

ลงไปดูคำค้นหาข่าวยอดนิยม ที่ตกเป็นข่าวของ “ซอมบี้” ที่ผมไม่แน่ใจว่ามันยอดนิยมได้อย่างไร ในขณะที่มีข่าว “ปลาวาฬ” ติดอันดับมากับเขาด้วย แต่คนก็ยังติดเรียกมันว่าปลาวาฬอยู่ดีแม้ว่ามันจะไม่ใช่ปลา “ตุ๊กแก” ก็คงติดอันดับมาจากข่าวการห้อยหัวใบ้หวย (จากบ้านเลขที่) ของมัน มีคำว่า “กระแต” ติดอันดับด้วย แต่คงหมายถึงบุคคลมากกว่าสัตว์ในธรรมชาติ

สนใจติดตามอ่านได้จากลิงก์ด้านล่างนี้ครับ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

View original post

Advertisements
บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

ดูวาฬในอ่าวไทย

สนใจดูวาฬ (หรือที่ชาวบ้านติดปากเรียกกันว่าปลาวาฬ) ใกล้ๆตัวดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaiwhales.org/ ครับ

 

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วาฬอ้าปาก

BBC Nature – How whales open their huge mouths. ข่าวจากงานวิจัยในวารสาร Nature บอกว่านักวิทยาศาสตร์พบโครงสร้างที่ช่วยให้วาฬอ้าปากได้กว้างเพื่อให้น้ำกว่าร้อยตัน (ซึ่งมีคริล krill) อาหารของมันไหลผ่านเข้ามาได้ในเวลาสิบวินาที

วาฬอ้าปากกว้างได้ขนาดนั้นคงไม่แปลกเพราะมันตัวใหญ่อยู่แล้ว แต่กลไกที่จะทำให้อ้าปากได้แบบนั้นไม่ใช่ว่าคิดก็ทำได้ เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมัน ทำให้ต้องมีกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบประสาทมาเกี่ยวข้องด้วยมากมาย การจะทำให้การอ้าปากขนาดมหึมาประสบความสำเร็จ น่าจะต้องมีอะไรพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง

นักวิทยาศาสตร์แปลกใจที่ไม่มีใครเคยพบ หรือสนใจโครงสร้างที่รอยต่อของขากรรไกรล่างของวาฬมาก่อน หรือจะเรียกว่าอยู่บริเวณคางของมันก็ได้ เพราะดูเหมือนจะเป็นก้อนเจลาติน แต่เมื่อศึกษาดูอย่างละเอียดจะพบว่ามันเป็นแหล่งของปลายประสาทรับสัมผัสที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นตัวรวบรวมข้อมูลส่งไปยังสมองเพื่อควบคุมการอ้าปากผ่านกล้ามเนื้อต่างๆอีกทีหนึ่ง

ก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการกินอันหน้าทึ่งของวาฬพวกนี้ว่าการอ้าปากและกินอาหารได้ปริมาณมากๆที่แม้อาหารของมันจะตัวเล็กๆ เป็นกุญแจสำคัญทางวิวัฒนาการของพวกมันไปแล้ว ส่วนการค้นพบอวัยวะที่ช่วยให้กลไกการอ้าปากเกิดขึ้นได้นี้ก็ช่วยเราเข้าใจวิวัฒนาการของพวกมันได้ดีขึ้นนั่นเอง

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

การปรับระดับการได้ยิน

นักวิทยาศาสตร์รายงานในการประชุมเกี่ยวกับเรื่องเสียงที่ประเทศฮ่องกง โดยพบว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำอย่างเช่นวาฬเพชรฆาตปลอม (false killer whale) ชนิด Pseudorca crassidens ปรับระดับการได้ยินได้

นักวิทยาศาสตร์ฝึกวาฬเพชรฆาตปลอมตัวหนึ่งด้วยเสียงคลิ๊กๆ ก่อนจะเล่นเสียงซึ่งดังประมาณเสียงปืนไรเฟิลที่ยิงห่างจากมัน 1 เมตร และพบว่ามันปรับลดระดับการได้ยินของมันเพื่อป้องกันตัวเองจากระดับเสียงที่ดังเกินไปเช่นนี้ก็ได้ด้วย

ผู้วิจัยติดอุปกรณ์ที่ช่วยวัดคลื่นสมองที่แสดงการตอบสนองต่อเสียงไว้ที่หัวของมัน เมื่อมันได้ยินเสียงเบา คลื่นสมองจะไม่รุนแรงเท่ากับตอนที่มันได้ยินเสียงที่ดัง เมื่อมันแสดงคลื่นสมองที่บอกว่ามันได้ยินเสียงเบา เวลาที่มีเสียงดังอยู่ใกล้ๆ อาจแสดงว่ามันลดระดับการได้ยินของตัวเองได้ ประมาณว่าเหมือนการที่เราเอามือปิดหัวตัวเองในที่ที่มีเสียงดังจนแสบแก้วหู แต่วาฬพวกนี้ไม่มีมือ…

มันทำได้อย่างไรก็คงเป็นสิ่งที่น่าในใจในการศึกษา

ในการดำรงชีวิตของมันที่ต้องใช้เสียงในการล่า เวลาที่อยู่กันเป็นฝูงใหญ่ๆ เสียงที่มันส่งออกไปพร้อมกันอาจจะดังมากๆ การที่มันลดระดับการได้ยินได้น่าจะเป็นการดีสำหรับพวกมันเอง

นักวิทยาศาสตร์มองอีกมุมหนึ่งไปที่การอนุรักษ์ว่าเราอาจสอนสัตว์พวกนี้ให้ป้องกันตัวจากเสียงดังๆที่มนุษย์สร้างขึ้นได้เช่นกัน

ที่มา: BBC Nature – Whales can adjust their hearing.

บทที่ 5 ความหลากหลาย

หนอนชอนกระดูก

Whale_200px_2010รายงานในวารสาร Historical Biology ของนักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับหนอนปล้อง (annelids) ในสกุล Osedax ทำให้เขาพบว่าพวกมันเจาะกระดูกวาฬกินตั้งแต่เมื่อ 3 ล้านปีที่แล้วในสมัยไพลโอซีน

หนอนพวกนี้มีชื่อเล่นที่ตั้งโดยนักวิทยาศาสตร์ว่าซอมบี้ เพราะทั้งๆที่มันไม่มีปากและทางเดินอาหาร พวกมันก็ใช้เนื้อเยื่อส่วนหนึ่งทำหน้าที่เจาะลงไปในกระดูกและย่อยกระดูกกินได้

หนอนกินกระดูกที่พบอยู่ในปัจจุบันชนิด Osedax mucofloris พวกมันถูกพบเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 2004 และด้วยการกินการอยู่ของมัน ทำให้พวกมันหลงเหลือร่องรอยการกินของมันไว้ในกระดูกของวาฬ

ซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ของวาฬในพิพิธภัณฑ์ของอิตาลี พบว่ามีร่องรอยการกินของหนอนพวกนี้เมื่อสามล้านปีที่แล้ว แม้ว่าจะไม่เหลือซากของหนอนให้เห็น แต่ร่องรอยการกินของมันไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดใด และการที่มันแตกต่างจากร่องรอยของหนอนสกุลเดียวกันที่พบในปัจจุบัน ทำให้คิดได้ว่ามันเป็นคนละสปีชีส์กัน

การกระจายของหนอนพวกนี้ไม่พบในทะเลเมดิเตอเรเนียนในปัจจุบัน แต่พบในซากดึกดำบรรพ์ในอดีตจากทะเลส่วนนี้ แสดงว่าสมัยก่อนพวกมันคงอยู่ทั่วไปในท้องทะเลในลักษณะการกระจายที่แตกต่างจากปัจจุบัน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

เก็บลมหายใจวาฬ

อ่านข่าวเกี่ยวกับการมอบรางวัล Ig Nobel Prize ให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาด้วงเจาะไม้พยายามผสมพันธุ์กับกระป๋องเบียร์แล้ว ทำให้นึงถึงอีกเรื่องนึงที่เคยได้รางวัลมาแล้วในปีก่อนๆ

เก็บลมหายใจวาฬ

นักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษาตัวอย่างลมหายใจออกของวาฬที่เราเห็นมันพ่นน้ำขึ้นมา ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นไอน้ำที่ควบแน่นเมื่อเจออากาศที่เย็นกว่าภายนอกตัววาฬ แต่จะเก็บตัวอย่างนี้อย่างไร

นักวิทยาศาสตร์อาจเก็บตัวอย่างจากวาฬเกยตื้น หรือที่อยู่ที่กักขัง แต่จะทำอย่างไรกับประชากรวาฬในธรรมชาติ

ในบางพื้นที่ จะมีวาฬมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากเพื่อหาอาหาร เช่นในกรณีของวาฬสเปิร์ม (Physeter macrocephalus) ที่มากินหมึกฮัมโบลด์ท (Dosidicus gigas) ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้จานเพาะเชื้อติดปลายไม้ เพื่อยื่นเข้าไปเก็บตัวอย่าง

หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รางวัล Ig Nobel นี้คือเฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุ ที่มีจานเพาะเชื้ออยู่ เพื่อบังคับบินไปเก็บตัวอย่างลมหายใจออกของวาฬได้

นักวิจัยประสบความสำเร็จในการเก็บตัวอย่างลมหายใจวาฬด้วยเฮลิคอปเตอร์ ควบคู่ไปก้บวิธีเดิมอย่างใช้ไม้ยาวๆ

ที่มา: BBC NEWS | Science & Environment | How do you breathalyse a whale?.