บทที่ 2 เซลล์, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วัคซีนต้านอีโบลาในลิง

ลิงก์ Vaccine gives monkeys Ebola immunity http://www.bbc.co.uk/news/health-29076371

Advertisements
บทที่ 3 พันธุศาสตร์

วัคซีนต้านสารพัดไข้หวัด

Universal flu jab ‘edges closer’ http://www.bbc.co.uk/news/health-22623682
มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาหาวัคซีนที่จะทำให้ป้องกันหวัดได้หลายสายพันธุ์ในครั้งเดียวได้โดยการหาส่วนของไวรัสที่ไม่ค่อนเปลี่ยนแปลง

บทที่ 1 สารเคมีแห่งชีวิต, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วัคซีนต้านพิษแมงมุม

นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการใช้โปรตีนที่ยนมารถป้องกันสัตว์ทดลองต่อพิษแมงมุมได้ หากทำสำเร็จจริงๆ จะทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกแมงมุมกัด เช่นแมงมุมบราวน์รีคลูส หรือแมงมุมแม่ม่ายดำจะได้มีภูมิคุ้มกันต่อพิษแมงมุมร้ายในท้องถิ่นได้ ที่มา: Hope for jab against spider bites http://www.bbc.co.uk/news/health-22454439

บทที่ 3 พันธุศาสตร์

ก้าวแรกวัคซีนไวรัสตับอักเสบซี

รายงานในวารสาร Science Translational Medicine แสดงให้เห็นก้าวแรกสู่วัคซีนตับอักเสบซี ที่ความก้าวหน้ายังแพ้ยาที่ใช้รักษาโรค

องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าน่าจะมีคนถึง 170 ล้านคนที่ติดไวรัสตับอักเสบซี ที่แม้ไม่มีอากาศอะไร แต่ระหว่างนั้นไวรัสก็ทำลายตับได้แล้ว

การพัฒนาวัคซีนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่จะกระตุ้นสารภูมิคุ้มกัน (antibody) ในร่างกายประสบปัญหาตรงที่พื้นผิวของไวรัสที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาวัคซีนทั่วไป มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้วัคซีนที่พัฒนาแล้วไม่สามารถใช้เพื่อป้องกันไวรัสที่เปลี่ยนแปลงไปได้

นักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนวิธีพัฒนาวัคซีนโดยการนำเอาสารพันธุกรรมของไวรัสตับอักเสบไปใส่ในไวรัสหวัด และกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานกับไวรัสซึ่งเกิดขึ้นจากสารพันธุกรรมของไวรัส ไม่ใช่สารบนพื้นผิวของไวรัสได้สำเร็จ

แม้ว่าจะยังห่างไกลจากการนำไปใช้เพื่อปกป้องคนเราจากไวรัส แต่ก็เป็นก้าวหนึ่งที่จะนำไปสู่การศึกษาขั้นต่อๆไปได้

ที่มา: BBC News – Hepatitis C vaccine: Oxford researchers’ trial ‘promising’.

บทที่ 3 พันธุศาสตร์

วัคซีนอีโบล่า

รายงานในวารสาร PNAS บอกว่านักวิทยาศาสตร์พัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสอีโบลา (Ebola) ในหนูได้แล้ว ซึ่งเก็บไว้ใช้ได้เป็นเวลานาน เหมาะสำหรับพัฒนาต่อนำไปใช้ในทวีปแอฟริกาต้นกำเนิดของไวรัสนี้

ไวรัสอีโบลาถูกค้นพบเมื่อปีค.ศ. 1976 มันติดต่อกันทางของเหลวจากร่างกาย ซ้ำยังแพร่ทางอากาศได้ด้วย ความรุนแรงของโรคนั้นสามารถทำให้คนที่ติดไวรัสตายได้ถึง 90% โดยจะมีอาการตั้งแต่คลื่นไส้อาเจียร เลือดตกใน และอวัยวะภายในล้มเหลวจนถึงแก่ชีวิตในที่สุด

ก่อนหน้านี้ใช้ไวรัสอีโบล่าที่ถูกทำให้ก่อโรคไม่ได้ในการเหนี่ยวนำให้เกิดภูมิต้านทาน แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถเก็บวัคซีนแบบนี้ไว้ใช้ได้นานๆ

นักวิทยาศาสตร์วิจัยวัคซีนที่สร้างจากการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อฉีดเข้าร่างกาย ทำให้เราสามารถเก็บโปรตีนนั้นในรูปที่แห้งและเย็นได้นานๆ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วัคซีนต้านมะเร็งปอด

วัคซีนต้านมะเร็งใช้หลักการเดียวกับวัคซีนต้านโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ โดยการเตรียมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้พร้อมในการกำจัดเซลล์มะเร็ง

เมื่อเซลล์แบ่งตัวผิดปกติ และกลายเป็นเซลล์มะเร็ง (cancerous cell) โปรตีนบนผิวของเซลล์พวกนี้จะเปลี่ยนไป และใช้เป็นเป้าหมายของระบบภูมิคุ้มกัน (immune system) ได้

ในการศึกษาที่ผู้วิจัยรายงานในวารสาร Lancet Oncology นี้ มีการใช้วัคซีนชื่อ TG4010 ที่ดัดแปลงมาจากไวรัสไข้ทรพิษให้ผลิตโปรตีนแบบเดียวกับที่พบบนเซลล์มะเร็งให้เป็นเป้าหมายของระบบภูมิคุ้มกันได้

เมื่อนำไปทดสอบกับคนไข้ที่เป็นมะเร็งปอดพบว่ากลุ่มที่ได้ทั้งเคมีบำบัด (chemotherapy) และวัคซีน (vaccine) มีมะเร็งที่โตช้าลง 43% เทียบกับกลุ่มที่ได้แต่เคมีบำบัดที่มีมะเร็งโตช้าลงเพียง 35% แต่เรื่องเวลาในการมีชีวิตอยู่ยังไม่แตกต่างกันมากนัก คือที่ 10.7 เดือนเทียบกับ 10.3 เดือนตามลำดับ

อย่างไรก็ตามทีมวิจัยคิดว่าการรวมเอาวัคซีนและเคมีบำบัดมาใช้ด้วยกันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และให้ผลดี ซึ่งน่าจะศึกษาวิจัยกันต่อไป

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วัคซีน RTS,S ต้านมาลาเรีย

รายงานผลการศึกษาการใช้วัคซีน RTS,S ในการต้านมาลาเรียในวารสาร The New England Journal of Medicine แสดงผลที่ดี

การทดลองเกิดขึ้นในเจ็ดประเทศในทวีปแอฟริกา มีเด็กกว่า 15,000 คน อายุน้อยกว่า 18 เดือนมาอยู่ในการศึกษานี้ โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มอาย ได้แก่กลุ่มแรกเกิดอายุ 6-12 สัปดาห์ และอายุ 5-17 เดือน

ผลในกลุ่มเด็กอายุ 5-17 เดือนออกมาแล้ว และแสดงให้เห็นว่าการเป็นมาลาเรียลดลงครึ่งนึงในกลุ่มนี้ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้วัคซีนมาลาเรียนี้

ผลการศึกษาในเด็กเล็กกำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ แต่ก็ถือเป็นผลที่ดี เพราะมีคน 225 ล้านคนเป็นมาลาเรียในแต่ละปี และกว่า 800,000 คนตายไป และส่วนมากก็เป็นเด็กในแอฟริกา

ที่มา: BBC News – Malaria vaccine trial raises hope.

อ่านเพิ่มเติม:

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วัคซีนต้านมาลาเรีย

มาลาเรีย (malaria) เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับคนจน ทำให้การรักษาและการหาวัคซีนป้องกันโรคนี้ไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร เพราะบริษัทยาก็จะคิดว่าทำวัคซีนมาก็ขายไม่ได้ หรือขายแพงไม่ได้ แต่ก็ขอบใจคนรวยๆเช่นกองทุนของบิลและเมลินดา เกตส์ที่ให้ทุนวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับโรคเขตร้อนที่คนอื่นอาจจะไม่สนใจ

ข่าวนี้กล่าวถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The New England Journal of Medicine เกี่ยวกับการทดลองใช้วัคซีนป้องกันมาลาเรียชื่อว่า MSP3 ทดสอบกับเด็กในประเทศเบอกินา ฟาโซ (Burkina Faso)

เด็ก 45 คนถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มแบบอำพรางทั้งสองฝ่าย (double blind) ซึ่งพบว่าเด็กที่ได้รับวัคซีนมีอุบัติการณ์ของโรคมาลาเรียน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนจริงๆถึง 4 เท่า

การทดลองวัคซีนของมาลาเรียผ่านมาเนินนานแต่ยังไม่ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพจริงๆเสียที ดังนั้นผลการทดสอบครั้งนี้จึงให้ความหวังต่อการพัฒนาวัคซีนที่น่าจะสำเร็จขึ้นมาได้ ซึ่งการทดสอบกับประชากรที่ใหญ่ขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการในขั้นต่อไป ซึ่งทีมงานจะไปทำวิจัยกันที่ประเทศมาลี (Mali) กับเด็กกว่า 800 คน

มาลาเรียก็เป็นโรคระบาดประจำประเทศไทยเราเช่นกัน ดังนั้นงานนีก็เกี่ยวข้องกับพวกเราโดยตรงไม่มากก็น้อยครับ

ที่มา: BBC News – Malaria vaccine trial raises hope.

ลิงก์เพิ่มเติม: