บทที่ 4 วิวัฒนาการ

สิ่งมีชีวิตชนิดแรกของโลก

4.28 – 3.77 พันล้านปีก่อน อาจเป็นช่วงเวลาที่โลกมีสิ่งมีชีวิตอุบัติขึ้นแล้วก็เป็นได้ ดูจากรายงานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ (fossil) โบราณในประเทศแคนาดา

Origin_of_Life_in_Canadian_Quartz _20170301

ตำราเรียนทางชีววิทยาหรือวิวัฒนาการทั่วไปมักกล่าวถึงช่วงเวลาประมาณ 3.8 – 3.5 พันล้านปีก่อน ที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอุบัติขึ้นบนโลก

หลายคนอาจยังไม่เชื่อนัก แต่ผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature ก็คอบให้ทุกคนลองไปอ่านกันอยู่ (ดังลิงก์ด้านล่าง)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

Advertisements
บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

ปอมเปอีกับฟอสซิล

เหล่าซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ในจีนอาจเกิดจากเหตุการณ์คล้ายๆกับที่เกิดขึ้นที่เมืองปอมเปอีที่ภูเขาไฟระเบิด แล้วปล่อยเถ้าภูเขาไฟปริมาณมหาศาลมาทับถมสิ่งมีชีวิตในบริเวณใกล้เคียง

ที่มา: ‘Animal Pompeii’ wiped out China’s ancient creatures

บทที่ 3 พันธุศาสตร์, บทที่ 4 วิวัฒนาการ

กำเนิดมนุษย์เอเซีย

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร PNAS รายงานถึงการศึกษาดีเอ็นเอที่สกัดจากซากดึกดำบรรพ์ (fossil) กระดูกต้นขาของมนุษย์โบราณอายุกว่า 40,000 ปี ที่พบในถ้ำนอกกรุงปักกิ่งในประเทศจีนว่ามีความสัมพันธ์กับคนจีนและคนในเอเซียในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าคนที่อพยพเข้ามาในเอเซียจนถึงเมื่อสี่หมื่นปีก่อนนั้นได้กลายเป็นคนจีนและคนเอเซียไป คนเอเซียไม่ได้มาจากคนที่อพยพเข้ามาหลังจากนั้นเป็นต้น เทคนิคในการศึกษาดีเอ็นเอจากซากดึกดำบรรพ์ในการศึกษานี้เป็นแบบที่สามารถทำได้แม้จะมีดีเอ็นเอของแบคทีเรียหรือสิ่งมีชีวิตอื่นในดินที่พบซากดึกดำบรรพ์ด้วยได้

ที่มา: Fossil human traces line to modern Asians

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 5 ความหลากหลาย

ออสตราคอดชนิดใหม่จากเมื่อสี่ร้อยกว่าล้านปีก่อน

Shrimp fossil-find ‘new species’ http://www.bbc.co.uk/news/uk-england-20692019

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 5 ความหลากหลาย

กว่าจะมาเป็นซากดึกดำบรรพ์ของลูซี่

ลูซี่ (Lucy) เป็นชื่อเล่นของซากดึกดำบรรพ์ของโฮมินิน (hominin) ที่ถูกจัดอยู่ในชนิด Australopithecus afarensis ซึ่งแปลว่าเอปแห่งซีกโลกใต้จากเมืองอฟาร์ มันน่าจะมีชีวิตอยู่เมื่อกว่า 3 ล้านปีที่แล้วก่อนที่จะตายลงตามธรรมชาติ เพราะไม่มีร่องรอยการทำร้าย ซากดึกดำบรรพ์ของลูซี่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เพียง 40% แต่ก็ถือว่ามากแล้วสำหรับซากดึกดำบรรพ์โบราณเช่นนี้

ในคลิปนี้แสดงกลไกการเกิดซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ของลูซี่ผ่านกระบวนการเน่าเปื่อยผุพังและทับถมโดยตะกอนดินและหิน ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยแร่ธาตุและกลายเป็นซากขุดแข็งโคตร (อ.นำชัยผู้เสนอแปลคำว่า fossil แบบขำๆ)

ชื่อ “ลูซี่” มาจากเพลง Lucy in the sky with diamond ของ The Beetle ในเวลาที่นักวิทยาศาสตร์ประกาศการค้นพบพอดี