สมเสร็จ
บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศไทย

สมเสร็จ

หนังสือ Mammals of Thailand เขียนโดยหมอบุญส่ง เลขะกุลและดร.แม็กนีลี่ ตีพิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2520 หนา 758 หน้า
หนังสืออธิบายเกี่ยวกับอนุกรมวิธานของเหล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 260 ชนิดในประเทศไทย นิเวศวิทยา พฤติกรรม และการแพร่กระจาย สัตวภูมิศาสตร์ รวมถึงเรื่องการอนุรักษ์พวกมันโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นธรณีวิทยา ภูมิอากาศ และแหล่งอาศัยแบบต่างๆ

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

การประชุมการทำทะเบียนรายการชนิดสัตว์กลุ่มเอคไคโนเดิร์ม

การประชุมการจัดทำทำเบียนรายการชนิดพันธุ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กลุ่มเอคไคโนเดิร์ม (Echinodermata) ในประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555 ณ ห้องบอลรูม บี โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพฯ

กำหนดการ

  • 08:30 ลงทะเบียน
  • 09:15 ผู้อำนวยการสำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.สิริกุล บรรพพงศ์ กล่าวเปิดประชุม
  • 09:30 การบรรยายเรื่องสัตว์ทะเลกลุ่มเอคไคโนเดิร์ม: ทรัพยากรชีวภาพทางทะเลที่ควรค่าแก่ความสนใจ โดยดร.สมชัย บุศราวิช ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • 10:45 การบรรยายเรื่องดาวขนนก ดาวทะเล และเม่นทะเลในประเทศไทย โดยดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา
  • 13:00 การบรรยายเรื่องดาวเปราะ สัตว์ซ่อนเร้นที่น่าติดตาม โดยนางสาวภัทรีนา คมขำ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
  • 13:50 การบรรยายเรื่องปลิงทะเล ความหลากหลายทางชนิดและนิเวศวิทยา โดยนางสาวอารมณ์ มุจรินทร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • 14:50 ร่วมแสดงวามคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อแนวทางการจัดทำทะเบียนรายการชนิดพันธุ์๋สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง กลุ่มเอคไคโนเดิร์มในประเทศไทย โดย ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

อ้างอิง: หนังสือเชิญเข้าร่วมการประชุม

บทที่ 5 ความหลากหลาย

เลือกสาหร่ายไทยมาผลิตไบโอดีเซล

นักวิจัยไทยรายงานผลการศึกษาสาหร่ายน้ำจืดในประเทศไทยในวารสาร Applied Energy ว่าได้ศึกษาชีวมวลและปริมาณไขมันจากสาหร่ายที่พบในอาหารเลี้ยงต่างๆ สาหร่ายที่พบอยู่ในคลาส Chlorophyceae ดังนี้

  • Chlorococcum humicola
  • Didymocystis bicellularis
  • Monoraphidium contortum
  • Oocystis parva
  • Sphaerocystis sp.
  • Scenedesmus acutus

ในภาพรวมนั้นผู้วิจัยพบว่า C. humicola เป็นสาหร่ายที่มีชีวมวลมากที่สุดในอาหารแบบ Kuhl และมีปริมาณไขมันมากที่สุดในอาหารแบบ BG-11 และจะได้ผลผลิตเป็นไขมันมากที่สุดจากอาหารแบบ 3NBBM ซึ่งมีความเข้มข้นของไนโตรเจนน้อยที่สุด

เพราะเหตุใดอาหารที่มีความเข้มข้นของไนโตรเจนน้อยที่สุดจึงทำให้สาหร่ายมีผลผลิตเป็นไขมันสูงที่สุด?

นอกจากนี้ยังพว่าปริมาณของไนโตรเจนมมีผลต่อปริมาณกรดไขมัน (fatty acid) ต่างๆในสาหร่าย เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันปาล์ม (palm oil) จะเห็นว่าสาหร่ายเช่น C. humicola มีกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัวเช่นลิโนเลอิก (linoleic) และลิโนเลนิก (linolenic) มากกว่าน้ำมันปาล์ม ทำให้เชื่อได้ว่า C. humicola น่าจะนำมาใช้ในการผลิตไบโอดีเซลได้ (biodiesel)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

บทที่ 5 ความหลากหลาย

หอยปากเป็ด

ในรายการ “ภัตตาคารบ้านทุ่ง” ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2554 เป็นเรื่องราวของ “หอยปากเป็ด” ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่หอย แต่เป็นสัตว์ในไฟลัม Brachiopoda ไม่ใช่ไฟลัม Mollusca เหมือนพวกหอยที่เราคุ้นเคย โดยพิธีกรของรายการบอกว่ามันเหมือนถั่วงอกผสมหอย

คุณจรงศักดิ์ รองเดช หรือสตางค์พร้อมกับชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ในบ้านน้ำเชี่ยว ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราด พากันออกทะเลผ่านป่าชายเลน เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ล่องเรือกันไป 1 ชั่วโมง ไปยังปากอ่าวซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ชาวบ้านว่าเป็นแหล่งที่มีหอยปากเป็ดอุดมสมบูรณ์

เนื่องจากไม่ได้จับเพื่อการค้า ชาวบ้านก็แค่ดำน้ำลงไปเอามือจ้วงมันขึ้นมาจากดินเลนใต้ทะเล พวกมันจะขุดรูอยู่ และยืดตัวเพื่อใช้วงของหนวด (lophophore) ในการจับอาหารจากน้ำกิน หากมีใครไปกวนมัน ก็จะหดตัวลงไปอยู่ในรู ซึ่งเป็นสาเหตุว่าหากจะจับมันขึ้นมาจากเลน ก็ต้องล้วงลงไปในเลนลึกประมาณหนึ่งฝ่ามือ แต่ละครั้งอาจจะได้มันมาห้าหกตัว หรือเป็นสิบตัวขึ้นกับความหนาแน่นของมัน

วิธีทำอาหารนั้นก็ประกอบด้วยการนำไปล้างแล้วหั่นแยกส่วนรากออกจากตัวมัน แล้วนำไปประกอบอาหาร ซึ่งก็ใช้ทั้งสองส่วนในการประกอบอาหาร แต่สีมันดำๆ ไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ เช่นผัดกระเพราหอยปากเป็ด หรือยำหอยปากเป็ด ซึ่งเมนูยำนี้ไม่ผ่านความร้อนด้วยซ้ำ ที่น่าดูหน่อยก็เป็นพวกทอดกรอบ แต่ผมว่าชุบแป้งทอดด้วยให้สีเหลืองทองน่าจะน่ากินกว่า

ในประเทศไทยมีหอยพวกนี้ในสกุล Lingula อยู่ และนอกจากจะเรียกว่าหอยปากเป็ดแล้ว อาจเรียกหอยรากก็ได้ ชื่อในภาษาอังกฤษคือ lampshell ทำให้อาจเรียกมันว่าหอยตะเกียงได้อีกอย่างหนึ่ง พวกมันอุบัติขึ้นและปรากฎเป็นซากดึกดำบรรพ์ให้พบกันในช่วงท้ายของยุคแคมเบรียน (Cambrian) และแทบจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เปลี่ยนจึงอาจถือได้ว่ามันเป็นชีวินคงสภาพดึกดำบรรพ์ (living fossil) ได้อีกชนิดหนึ่ง

รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง ความรู้คู่ความอร่อย

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:


		
บทที่ 5 ความหลากหลาย

การค้าพืชป่าภายใต้อนุสัญญา CITES

การบรรยายพิเศษจากวิทยากรรับเชิญเรื่องต่อจากการเก็บเมล็ดพืชในคลังเมล็ดที่สวนพฤกษศาสตร์คิวที่ประเทศอังกฤษคือเรื่อง International trade of wild flora under the CITES โดยคุณมานิตย์ ใจฉกรรจ์ ซึ่งเป็นนักวิชาการเกษตรชํานาญการพิเศษ. หัวหน้ากลุ่มอนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืช. กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร

Manit Jaichagun

เปิดฉากการบรรยายเรื่องของไซเตส (CITES) ด้วยภาพการค้าสัตว์ป่าเพื่อเรียกความสนใจ ก่อนพูดเรื่องต้นไม้ใบหญ้าที่อาจจะดราม่าน้อยกว่า แต่มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ

วิทยากรกล่าวถึงปัญหาของการค้าพืชป่าที่อยู่ในอนุสัญญาไซเตสที่แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มซึ่งมีระดับการควบคุมที่แตกต่างกัน ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมาย จึงไม่ขอกล่าวในที่นี้ แต่ผู้เกี่ยวข้องเช่นผู้ที่จะค้าขาย ส่งออก หรือทำวิจัย ควรติดต่อขอรายละเอียดที่ชัดเจน และขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนจากกรมวิชาการเกษตรครับ แต่บางเรื่องก็แย่ตรงที่มีคนดูแลหลายคน ฯลฯ

พืชที่วิทยากรกล่าวถึงมีหลายต้น ซึ่งผมไม่มีภาพให้ดู แต่คงหาได้จากอินเตอร์เน็ตกันเองนะครับ

  • รองเท้านารีปากนกแก้ว หรือเอื้องปากนกแก้ว ชนิด Dendrobium cruentum
  • เทียนปากนกแก้ว (parrot flower) ชนิด Impatiens psittacina
  • หม้อข้าวหม้อแกงลิง Veitch’s Pitcher-Plant ชนิด Nepenthes veitchii
  • ปรงเขาใต้ ชนิด Cycas clivicola

การจะเอาพืชอะไรขึ้นบัญชีของ CITES ก็มีคำถามที่ต้องตอบให้ได้เช่น มันสำคัญอย่างไร มันใกล้สูญพันธุอย่างไร เป็นต้น

การอนุรักษ์อาจทำในพื้นที่ หรือนอกพื้นที่ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเช่นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มจำนวนมันให้ห้องปฏิบัติการก็ได้

ที่ผมเพิ่งทราบก็คือแก้ไออมชุ่มคออย่าง “ตะขาบ” มีส่วนประกอบของกล้วยไม้ชนิด Gastrodia elata ซึ่งเป็นพืชอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable; VU) ภายใต้การจำแนกของ IUCN อีกด้วย

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

แฟนพันธุ์แท้ไลเคนส์

ห้องบรรยายไลเคนส์

ไลเคนส์ (lichens) คงไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้ห้องบรรยายเป็นของตัวเองแต่อย่างใดครับในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (วทท.) ครั้งที่ 37 แต่บังเอิญว่าผู้บรรยายในห้องนี้ตอนบ่ายเป็นทีมเดียวกันจากม.รามคำแหงที่ทำเรื่องไลเคนทั้งหมดเลย

Vasun Poengsungnoen

คนแรกนี้ชื่อวสันต์ พวงสูงเนิน ทำงานวิจัยเรื่อง Diversity, ecology and secondary metabolite of lichen family Graphidaceae at Phu Luang Wildlife Sanctuary, Loei Province ซึ่งทำให้ผมได้ทราบว่าจากการสำรวจและเก็บตัวอย่างมาได้กว่าเจ็ดร้อยตัวอย่าง แบ่งเป็น 16 สกุล 91 ชนิด และมีถึง 70% ที่สร้างสารเคมีต่างๆออกมา ซึ่งมากชนิดกว่าที่ประเทศอื่น ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อม ผู้สร้างสารพวกนี้คือรา และส่วนใหญ่เป็นสารเคมีชื่อ norstitic acid ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่ามันใช้ทำอะไรเหมือนกัน

Varaporn Sriprang

ผู้นำเสนอผลงานท่านที่สองชื่อคุณวราภรณ์ ศรีปรางค์ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง Biodiversity of discolichens at Phu Luang Wildlife Sanctuary, Loei Province ซึ่งเป็นการศึกษาความหลากหลายของไลเคนแบบแผ่นจาง ซึ่งแบ่งเป็นพวกที่มีขอบแบบมีสาหร่าย และขอบไม่มีสาหร่าย

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าจุดเก็บตัวอย่าง 23 จุด แบ่งเป็นป่า 7 แบบ มีพืชที่มีไลเคนพวกนี้ขึ้นอยู่ 32 ชนิด มีบางชนิดอยู่บนก้อนหินเท่านั้น เวลาศึกษามันมีขนาดเล็กมาก ถึงกับต้องใช้แว่นขยายส่องไปตามเปลือกไม้และก้อนหิน แต่ถ้าทำไปนานๆจะรู้ว่าจะเจอพวกมันได้ที่ไหนบ้าง มีโอกาสเจอชนิดใหม่ได้ได้ถึง 43% เป็นชนิดที่คนอื่นเจอ แต่เราเพิ่งพบในประเทศไทยเรา 32% ที่เหลือก็เหมือนๆกับที่ชาวบ้านเจอไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

นักศึกษากลุ่มนี้ใช้การทดสอบสารเคมีด้วยวิธี “รงคเลขผิวบาง” ที่ทำให้ผมต้องหันไปมองภาพบนจอว่ามันคืออะไร และก็ทราบว่ามันคือวิธี thin layer chromatography นั่นเอง (นักศึกษายืนยันว่าเป็นศัพท์ราชบัณฑิต)

Sanya Meesim

คนสุดท้ายของบ่ายนี้คือคุณสัญญา มีสิม ที่มานำเสนอผลการศึกษาเรื่อง Crustonse and placoid Physciaceae (lichenized Ascomycota) in Thailand ซึ่งได้ศึกษาในหลายจังหวัดในประเทศไทย ทำให้ได้ข้อมูลความหลากหลายของไลเคน ควบคู่ไปกับการกระจายตัวของไลเคนและระบบนิเวศที่มันอยู่

นักศึกษาคนนี้เป็นพี่ใหญ่ในแล็บที่อยู่มานาน เลยมีเวลาได้ไปทั่วประเทศ และดูเหมือนจะพูดเก่งที่สุดในกลุ่มด้วย …สงสัยจะฟังเพลิน ไม่ค่อยได้จดรายละเอียดเนื้อหาของคนนี้เท่าไหร่ครับ

นอกจากนี้ดูเหมือนทุกคนจะโดนสั่งมาให้ประชาสัมพันธุ์การประชุมวิชาการเกี่ยวกับไลเคน ดูลิงก์ข้างล่างครับ

อ่านเพิ่มเติม:

บทที่ 5 ความหลากหลาย

ตารางเทียบชื่อวงศ์ไทย

เวลาหาชื่อวงศ์ของพืช ถ้าไม่ใช่อาจารย์กู (Google) ค้นหาด้วยชื่อวงศ์เช่น “Loganiaceae วงศ์” เป็นคำค้นหา

สามารถไปดูข้อมูลตามเว็บที่รวบรวมชื่อวงศ์ของพืชที่เป็นชื่อไทยได้เช่นที่ http://www.panmai.com

ลิงก์: ตารางเทียบชื่อวงศ์ไทย.

บทที่ 5 ความหลากหลาย

แนวทางวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ

สำนักความหลากหลายทางชีวภาพเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างแนวทางการวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินงานของประเทศต่อไป

แสดงความคิดเห็นได้ทาง

  • อีเมล์ nbc@onep.go.th
  • ทางโทรศัพท์ 02-265-6564
  • ทางโทรสาร 02-265-6638
  • ทางจดหมายที่ สำนักความหลากหลายทางชีวภาพ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เลขที่ 60/1 ซอยพิบูลวัฒนา7 ถนนพระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 (วงเล็บมุมซองว่า “แนวทางวิจัยฯ”)

ดาวน์โหลดร่างแนวทางการวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพได้ที่ http://www.onep.go.th/images/stories/file/pdf2011sep15.pdf