บทที่ 2 เซลล์, บทที่ 3 พันธุศาสตร์

มะเร็งในมนุษย์โบราณ

ดูเหมือนว่าการอยู่ในโลกที่มีมลพิษน้อยกว่าปัจจุบันไม่ได้แปลว่าจะไม่เป็นมะเร็ง เช่นการพบว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัลที่มีชีวิตอยู่กว่าเมื่อกว่าแสนปีที่แล้วในยุโรปก็ยังเป็นมะเร็งกระดูกได้ ในกรณีบอกข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้มากนักว่าพอเป็นมะเร็งแล้วนีแอนเดอร์ทัลมีอาการเป็นอย่างไรเพราะโครงกระดูกของคนที่เป็นมะเร็งมีไม่ครบทั้งร่าง ที่มา: Neanderthal clues to cancer origins http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-22780717

บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

หนอนซอมบี้เจาะกระดูกด้วยน้ำกรด

http://www.bbc.co.uk/nature/18594493 นักวิทยาศาสตร์พบว่าหนอนทะเลลึกซั่งไม่มีอวัยวะสำหรับเจาะกระดูก สามารถเจาะเข้าไปกินเนื้อกระดูกได้ด้วยกรดที่มันสร้างขึ้น

บทที่ 5 ความหลากหลาย

หนอนชอนกระดูก

Whale_200px_2010รายงานในวารสาร Historical Biology ของนักศึกษาปริญญาเอกคนหนึ่งที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับหนอนปล้อง (annelids) ในสกุล Osedax ทำให้เขาพบว่าพวกมันเจาะกระดูกวาฬกินตั้งแต่เมื่อ 3 ล้านปีที่แล้วในสมัยไพลโอซีน

หนอนพวกนี้มีชื่อเล่นที่ตั้งโดยนักวิทยาศาสตร์ว่าซอมบี้ เพราะทั้งๆที่มันไม่มีปากและทางเดินอาหาร พวกมันก็ใช้เนื้อเยื่อส่วนหนึ่งทำหน้าที่เจาะลงไปในกระดูกและย่อยกระดูกกินได้

หนอนกินกระดูกที่พบอยู่ในปัจจุบันชนิด Osedax mucofloris พวกมันถูกพบเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 2004 และด้วยการกินการอยู่ของมัน ทำให้พวกมันหลงเหลือร่องรอยการกินของมันไว้ในกระดูกของวาฬ

ซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ของวาฬในพิพิธภัณฑ์ของอิตาลี พบว่ามีร่องรอยการกินของหนอนพวกนี้เมื่อสามล้านปีที่แล้ว แม้ว่าจะไม่เหลือซากของหนอนให้เห็น แต่ร่องรอยการกินของมันไม่เหมือนกับสัตว์ชนิดใด และการที่มันแตกต่างจากร่องรอยของหนอนสกุลเดียวกันที่พบในปัจจุบัน ทำให้คิดได้ว่ามันเป็นคนละสปีชีส์กัน

การกระจายของหนอนพวกนี้ไม่พบในทะเลเมดิเตอเรเนียนในปัจจุบัน แต่พบในซากดึกดำบรรพ์ในอดีตจากทะเลส่วนนี้ แสดงว่าสมัยก่อนพวกมันคงอยู่ทั่วไปในท้องทะเลในลักษณะการกระจายที่แตกต่างจากปัจจุบัน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

เมื่อนกหัวขวานเจาะไม้

Woodpecker_200_20111027_01เมื่อนกหัวขวานเจาะไม้ ส่วนหัวของมันจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 6 เมตรต่อวินาที และแรงที่เข้ากระทำนั้นเป็นพันเท่าของแรงโน้มถ่วงของโลก แต่แรงสั่นสะเทือนขนาดนี้ กลับไม่ทำอันตรายสมองน้อยๆของนกหัวขวานเลย เป็นไปได้อย่างไร

นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องวิดีโอถ่ายภาพช้า (slow-motion) เอาไว้เทียบกับภาพเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ และการสร้างแบบจำลองบนคอมพิวเตอร์ ทำให้นักวิทยาศาสตร์เริ่มไขความลับของนกหัวขวานได้ในเชิงปริมาณที่วัดได้มากขึ้นดังในรายงานที่ปรากฎในวารสาร PLoS ONE

ในการศึกษานั้นพบว่านกหัวขวานจะหมุนหัวเล็กน้อยขณะพุ่งชน แสดงให้เห็นถึงการกระจายแรงไปยังส่วนอื่น ซึ่งมีปัจจัยที่ทำให้สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือนดังนี้

  • การไม่มีช่องว่างมากนักระหว่างกระโหลกกับสมอง ทำให้ไม่มีที่ว่างให้สมองแกว่างไปมา
  • สมองของนกหัวขวานวางตัวในแนวตั้ง ทำให้แรงประทะจากส่วนปากถูกกระจายไปในบริเวณกว้าง
  • การมีกระดูกไฮยอยด์ (hyoid) ที่มีลักษณะเป็นห่วงช่วยกระจายแรงจากปากไปรอบหัว แต่ในกระดูกอ่อนชิ้นเดียวกันนี้ เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการที่ทำให้เกิดการพูดสื่อสารกันได้
  • การมีจงอยปากบนและล่างที่ยาวไม่เท่ากัน ซึ่งช่วยลดแรงที่กระทำกับสมองได้
  • การมีกระดูกเป็นรูพรุนช่วยดูดซับแรง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

บทที่ 2 เซลล์

ประสานกระดูกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

หมอกระดูกในสก็อตแลนด์ใช่คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ในการรักษาอาการกระดูกหัก หรือจะเรียกว่าอาการกระดูกหักเป็นเสี่ยงๆจะดีกว่า

คุณเดนแฮม ซึ่งเป็นคนไข้ตกจากแท็งก์น้ำสูงหกเมตร จนทำให้กระดูกข้อเท้าแตกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งนับได้แปดเสี่ยง ซึ่งการรักษาปกติคาดว่าอาจต้องใช้เวลา 8 เดือน หรือในบางกรณีก็ไม่หายเลยเป็นต้น

การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงนี้คล้ายๆกับที่ใช้กับคนท้องนั่นเอง เพียงแต่ความถี่และพลังงานของคลื่นแตกต่างกัน

นักวิทยาศาสตร์พบว่าคลื่นเสียงความถี่สูงช่วยเร่งความเร็วในการรักษาได้ถึงหนึ่งในสาม หรือถึง 40% และคุณเดนแฮมก็ใช้เวลาเพียงสี่เดือนก็เริ่มยืนได้ด้วยข้อเท้าของตนเองได้แล้ว และคิดว่าน่าจะกลับไปทำงานได้เหมือนเดิมได้

คลื่นเสียงไปทำอะไรกับเซลล์ มันถึงหายเร็วขึ้น?

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการทำให้เซลล์สั่นไหวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงนี้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในการจัดการกับแบคทีเรีย กระตุ้นการสร้างกระดูก และกระตุ้นการเติบโตด้วย

นักวิทยาศาสตร์คงไปศึกษาต่อว่าคลื่นเสียงมีผลอย่างไรต่อเซลล์ ในขณะเดียวกันหากประสบความสำเร็จ เราก็จะได้วิธีที่ง่ายในการเร่งการรักษาอาการคล้ายๆกันนี้ (แต่ตอนนี้ยังแพงอยู่)

ที่มา: BBC News – Glasgow surgeon using ultrasound to treat fractures.

บทที่ 2 เซลล์

ฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยอนุภาคอัลฟา

ข่าวนี้กล่าวถึงการระงับการทดลองรักษาคนไข้ด้วยอนุภาคอัลฟา (alpha radiation) ที่ฟังดูแล้วเหมือนไม่ได้ผล แต่แท้จริงแล้วผู้วิจัยเห็นว่าการรักษาได้ผลดีมากๆ ทุกคนที่เป็นอาสาสมัครในการศึกษานี้ทุกคนควรได้รับการรักษาแบบนี้ แทนที่จะแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการรักษาจริง และกลุ่มที่ได้รับการรักษาหลอก (placebo) ในงานประชุมวิชาการ European Multidisciplinary Cancer Congress

อนุภาคอัลฟาเป็นอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่า เพราะมันเป็นนิวเคลียสของฮีเลี่ยม ทำให้มันอันตรายกว่า และฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่าง่ายดาย และใช้เพียงไม่กี่อนุภาคเท่านั้น ในขณะที่การใช้อนุภาคเบต้า ซึ่งเป็นอิเล็กตรอนอาจต้องใช้เวลานานและจำนวนอนุภาคมากกว่า

อนุภาคอัลฟามีพลังทำลายสูงกว่า แต่ช่วงการทำงานต่ำกว่า ดังนั้นแพทย์สามารถให้รังสีนี้แก่เซลล์มะเร็งได้โดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่ออื่นของร่างกาย

ในการศึกษานี้มียาที่ทำจากเรเดียม-233 คลอไรด์เป็นแหล่งกำเนิดรังสี ตัวยาเป็นเหมือนแคลเซียม ดังนั้นมันจะไปยังกระดูก ซึ่งในมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะที่สองจะเริ่มแพร่เข้าไปในกระดูก ซึ่งก็จะถูกทำลายโดยยาที่ปล่อยอนุภาคอัลฟาที่ตรงเข้าไปในกระดูกนี้

ผู้ป่วยในการศึกษานี้ตายน้อยลง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม

หากได้ผลและผลข้างเคียงน้อยจริง ก็เห็นด้วยกับการเลิกทดลองแล้วนำมาใช้จริงเช่นกัน

ที่มา: BBC News – Alpha radiation treats prostate cancers.