บทที่ 5 ความหลากหลาย

กบคงสภาพดึกดำบรรพ์

จากกบที่คนคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้วแต่กลับมาเจอตัวเป็นๆใหม่อีกครั้งก็น่าจะเป็นเรื่องที่จ่ายินดีในตัวเองอยู่แล้ว แต่การวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ยกระดับมันขึ้นเป็น “ชีวินคงสภาพดึกดำบรรพ์” ด้วย เพราะมันยังคงรูปลักษณ์ของกบที่สูญพันธุ์ไปเมื่อนานมาแล้วได้อยู่เลย ที่มา: Rediscovered frog is ‘living fossil’ http://www.bbc.co.uk/news/science-environment-22770959

Advertisements
บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

ผ่ากบ @ Biology Webboard

การศึกษาอวัยวะและโครงสร้างภายในของสัตว์มีกระดูกสันหลังโดยใช้กบเป็นโมเดล

ที่มา: ผ่ากบ @ Biology Webboard.

บทที่ 3 พันธุศาสตร์, บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

เอ็มบริโอกบที่สูญพันธุ์ไปกว่า 30 ปีแล้ว

http://m.smh.com.au/environment/animals/extinct-frog-hops-back-into-the-gene-pool-20130315-2g68x.html

บทที่ 4 วิวัฒนาการ

การเลียนแบบระหว่างกันของกบลูกศรอาบยาพิษ

ดูภาพที่ : http://www.ucl.ac.uk/taxome/jim/Mim2/dendrobates.html จะเห็นได้ว่ากบ poison arrow frog แต่ละชนิดอาจเลียนแบบกันเอง ที่ตามตำราเรียกว่าเป็นแบบ Mullerian mimicry เพิ่มโอกาศที่ผู้ล่าจะได้รับรู้ว่ามีกบกินไม่ได้อยู่แถวนี้ได้เร็วขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

กระโดดบนผิวน้ำ

สารคดีชุด Land of the Tiger มีตอนหนึ่งนำเสนอเกี่ยวกับกบในแหล่งน้ำที่กำลังตื้นขึ้นเมื่อหน้าแล้งมาเยือน เมื่อปริมาณน้ำน้อยลง ทำให้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเช่นกบกลายเป็นเป้าของผู้ล่าอย่างนกยาง (egret) มากขึ้น แต่พวกกบยังมีอาวุธลับที่อาจทำให้นกยางแปลกใจ เมื่อมันกระโดดไปบนผิวน้ำได้

แทนที่จะใช้วิธีว่ายน้ำ ซึ่งอาจไปได้ช้ากว่าเพราะแรงต้านของน้ำ การกระโดดผ่านอากาศไปจะมีแรงต้านน้อยกว่า แต่จังหวะที่จะต้องกระโดดเมื่อตีนมันสัมผัสกับผิวน้ำต้องพอดิบพอดี และมีพื้นที่สัมผัสมากพอ น่าสนใจว่ามีการศึกษาเรื่องการกระโดดบนผิวน้ำไว้หรือไม่ เผื่อสักวันหนึ่งเราจะกลายเป็นนินจาที่กระโดดไปบนผิวน้ำได้อย่างพวกมันที่เห็นภาพหรือวิดีโอตามลิงก์นี้

แต่นกยางก้ไม่ยอมแพ้ ใช้วิธีบินร่อนโฉบไปบนผิวน้ำแทน เมื่อกบหนีไปบริเวณที่มีน้ำลึกจนเดินไม่ได้ มันอาจใช้เท้าเรี่ยไปตามน้ำเพื่อให้กบตกใจและขึ้นมาให้กิน แต่การบินร่อนไปตามผิวน้ำคงเปลืองพลังงานมากกว่าการเดินตามริมน้ำ แต่เพื่อแลกกับอาหารแล้วมันอาจจะต้องยอมเหนื่อยกันบ้าง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

บทที่ 5 ความหลากหลาย

พบกบจิ๋วขนาด 7 มม.

นักวิทยาศาสตร์รายงานในวารสาร PLoS ONE ถึงการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เล็กที่สุดในโลก และเป็นกบชนิดใหม่ที่เล็กที่สุดในโลกด้วย โดยแชมป์ตัวเล็กที่สุดในโลกในอดีตนั้นเป็นปลาชนิด Paedocypris progenetica แห่งอินโดนนีเซียที่มีขนาดประมาณ 7.9-10.3 (ยกเว้นว่าจะนับปลาแองเกลอร์ตัวผู้ที่มีขนาด 6 มม.แต่ต้องเกาะอยู่กับตัวเมียขนาด 50 มม.ตลอดหรือไม่)

กบแห่งปาปัวนิวกีนีตัวจิ๋วชนิด Paedophryne anauensis นี้มีขนาดเพียง 7 มม. (ตัวเต็มวัยมีขนาดเฉลี่ย 7.7 มม.)

กบชนิดนี้อาศัยตามกองใบไม้ในป่า กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังตัวเล็กๆเป็นอาหาร

ที่มา: BBC News – World’s smallest frog discovered.

บทที่ 3 พันธุศาสตร์, บทที่ 5 ความหลากหลาย

ระบบภูมิคุ้มกันในกบ

สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (amphibian) เช่นกบประสบปัญหาลดจำนวนลงเพราะหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือโรคที่เกิดจากราไคทริด (chytrid) ซึ่งทำให้เกิดโรคไคทริดิโอไมโคซิส (chytridiomycosis)

นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีกบบางตัวที่เมื่อได้รับเชื้อราแล้วยังรอดอยู่ด้วย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

นักวิทยาศาสตร์สัญนิษฐานว่า ถ้ากบบางประชากรมีพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้มันต้านทานเชื้อราได้ดีกว่า แล้วประชากรนั้นจะอยู่รอดได้เมื่อได้รับเชื้อรา

นักวิทยาศาสตร์จึงจับเอากบลายเสือ (leopard frog) ชนิด Lithobates yavapaiensis จากห้าประชากรในอริโซนามาทดลองให้ติดเชื้อราไคทริด ชนิด Batratochytrium dendrobatidis หรือ Bd

ผลที่รายงานในวารสาร Proceedings of the National Academy of Science แสดงให้เห็นว่ากบจากสามประชากรตาย ในขณะที่อีกสองประชากรรอดชีวิต

ประชากรที่รอดชีวิตต่างกับประชากรที่ไม่รอดอย่างไร?

นักวิทยาศาสตร์สัญนิษฐานว่าถ้ากบทั้งสองประชากรนี้แตกต่างกันในความต้านทานต่อเชื้อราไคทริด แล้วพวกมันน่าจะมียีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันต่างกัน

ผลการศึกษาเชิงลึกแสดงให้เห็นว่ายีนที่ควบคุมการสร้าง MHC ระหว่างสองประชากรนี้มีความแตกต่างกันอยู่

เช่นเดียวกับที่เราและสัตว์มีกระดูกสันหลังต่างก็มียีน MHC หรือ Major Histocompatibility complex ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำหน้าที่แสดงส่วนของสารก่อภูมิคุ้มกัน (antigen) ให้กับเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน

การที่พบว่าสองประชากรที่รอดนี้ผ่านการคัดเลือกจากเชื้อราไคทริดมาก่อนประชากรไหน สอดคล้องกับการพบในครั้งนี้เป็นอย่างดี

ในแง่ของการนำผลการศึกษาไปใช้ในอนาคตในด้านของการอนุรักษ์นั้น อาจมีความเป็นไปได้ถึงการตรวจหายีนที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานต่อราไคทริดก่อนนำมาผสมเพื่อเพิ่มจำนวนกบที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติก็เป็นได้

ที่มา: BBC News – Frog killer immune genes revealed.