บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

วาฬกระซิบ

วาฬหลังค่อม (humpback whale) มีพฤติกรรมส่งเสียงร้องสื่อสารกับพวกเดียวกันที่อาจดังไปไกล แต่กับระหว่างแม่และลูกแล้ว การส่งเสียงดังเกินไปคงไม่ใช่เรื่องจำเป็นเพราะว่ายน้ำคลอเคลียอยู่ใกล้กัน และดูเหมือนว่าการส่งเสียงดังอาจทำให้ผู้ล่ารู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหนด้วย ทำให้พบได้ว่าวาฬแม่ลูกใช้การสื่อสารแบบที่เรียกได้ว่ากระซิบกันเบา ๆ

1493611335284(1)

ที่มา: http://www.bbc.com/news/science-environment-39720454

บทที่ 4 วิวัฒนาการ

เปรียบเทียบขนาดดาวเคราะห์

1493206693839(1)

คลิปเปรียบเทียบขนาดดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ ดวงจันทร์ ที่สำคัญของระบบสุริยะ

Link: https://www.facebook.com/CosmosUpp/videos/830778733737577/

บทที่ 2 เซลล์, บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

มะเร็งที่แพร่ระบาดได้

14902260469961.jpg

ตัวแทสมาเนียนเดวิล คงไม่อยากกัดกันแล้วเป็นมะเร็ง แต่โรค Devil Facial Tumour Disease (DFTD) กำลังทำให้ประชากรของสัตว์ชนิดนี้ลดลงไปเรื่อย ๆ

ปกติแล้วมะเร็งไม่แพร่ระบาดแบบโรคติดต่อ เพราะเซลล์มะเร็งจะมีผิวเซลล์ที่หลอกภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ แต่หลอกตัวอื่นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อสัตว์ได้รับเซลล์มะเร็งจากสิ่งมีชีวิตตัวอื่น ระบบภูมิคุ้มกันจะเห็นมันเซลล์แปลกปลอม และทำลายได้

แต่เซลล์ของ DFTD ไม่มีผิวเซลล์ที่ภูมิคุ้มกันจะจำได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวไหน มันจึงแพร่ระบาดได้เมื่อแทสมาเนียนเดวิลกัดใบหน้ากัน ก็จะได้รับเซลล์มะเร็งของตัวที่เป็นอยู่เข้าไป และเมื่อเป็นแล้วก็มักจะตายภายในไม่กี่เดือน แทสมาเนียนก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมการกัดหน้ากัน ดังนั้นจึงทำให้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

แม้จะทำนายได้ว่ามันจะสูญพันธุ์ไปด้วยโรคนี้ กับการระบาดของโรคแบบนี้ แต่มันก็ยังไม่สูญพันธุ์ไป นักวิทยาศาสตร์พบว่าในบางประชากรที่เริ่มการพัฒนาภูมิคุ้มกันต่อเซลล์มะเร็งนี้ขึ้นได้

นักวิทยาศาสตร์พยายามจะช่วยให้แทสมาเนียนอยู่รอดต่อไปด้วยวิธีต่าง ๆ เช่นการหาประชากรที่ไม่เป็นโรคมาเลี้ยง เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรที่ไม่เป็นโรค รวมถึงการทำวัคซีนถ้าเป็นไปได้

แทสมาเนียนเดวิลเอง มีวิวัฒนาการในการต่อสู้กับโรคนี้ไม่โดยทางตรงก็ทางอ้อม เช่นการที่เพศเมียมีลูกได้ตั้งแต่อายุยังน้อย (12 เดือน) ทำให้อย่างน้อยมันก็จะมีลูกได้ ก่อนที่จะเป็นโรค ดังนั้นหนทางรอดจากการสูญพันธุ์จากโรคมะเร็งที่แพร่ระบาดได้ในหมู่แทสมาเนียนเดวิล ก็อาจจะอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวและวิวัฒนาการของมันเองได้เช่นกัน

สู้ต่อไป…

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 5 ความหลากหลาย

สาหร่ายสีแดงโบราณ

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาในวารสารออนไลน์ PLoS Biology ถึงการใช้เครื่องเอ็กซเรย์แบบใช้ลำแสงซิงโครตรอน (synchrotron-based X-ray) หรือจากเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อศึกษาว่าก้อนหินโบราณจนพบว่าข้างในมีโครงสร้างเล็ก ๆ ของสิ่งที่ดูเหมือนสาหร่ายสีแดง (red algae) อยู่ ซึ่งทำให้อายุของพืชในกลุ่มสาหร่ายอาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เมื่อตั้งแต่ 1.6 ล้านปีก่อนแล้วนั่นเอง

WP_MyBiology_Fossil_200px_20110906_01

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

แมงมุมเป็นนักล่าแมลง

นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาแมงมุม (spider) เป็นอาชีพ มีชื่อเรียกว่า arachnologist ในขณะที่คนที่กลัวแมงมุมจะเรียกว่า arachnophobia นักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เสนอว่าแมงมุมทั่วโลกน่าจะช่วยกันกินแมลง 400-800 ล้านตันในแต่ละปี

Spider_small_2012

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

สวนดอกไม้กับความอยู่รอด

สวนหรือแปลงดอกไม้ที่มีคุณภาพสูง มีผลต่อความอยู่รอดของแมลงภู่ (bumblebee) ได้ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงการดำรงชีวิตของแมลงภู่ที่อยู่ในประเทศเขตอบอุ่น ที่จำศีลเพื่อหนีหนาว และต้องออกมาหาอาหารทันทีที่ออกจากการจำศีล

นักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Science เสนอว่าแปลงดอกไม้ที่มีคุณภาพของอาหารสูง ช่วยให้อัตราการอยู่รอดของแมลงภู่ดีขึ้น

ForagingBee1

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

มลพิษทางอากาศกับภาวะโลกร้อน

นักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances อธิบายถึงปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศจีน ที่ดูเหมือนจะวนเวียนอยู่ในประเทศจีนเป็นเวลานานเกินกว่าปกติที่การหมุนเวียนของอากาศควรช่วยกระจายมลพิษไปได้ในเวลาที่น้อยกว่านั้น

ผลการศึกษาเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ทำให้น้ำแข็งของทะเลอาร์กติกละลายมากกว่าปกติในปี ค.ศ. 2012 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และทำให้มลพิษทางอากาศของจีนในปีต่อมาไม่ไหลถ่ายเทไปไหนง่าย ๆ

Logo_Webmaster_100.jpg

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง