บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

หนอนตัวแบนต่างถิ่นรุกราน

Advertisements
บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

หรือว่านกกีวีจะสูญพันธุ์

ด้วยจำนวนกว่า 68,000 ตัว หลายคนอาจคิดว่าอนาคตของนกกีวี ซึ่งเป็นนกประจำชาติของประเทศนิวซีแลนด์ ไม่น่าจะมีปัญหา แต่มนความเป็นจริงแล้วหลายคน เช่นนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านกชนิดนี้อาจมีอนาคตอยู่ในโลกนี้ได้อีกประมาณ 50 ปี

Kiwi_Bamboo_Paper_Free_20170930
ภาพนกกีวีแบบการ์ตูน วาดด้วย Bamboo Paper แบบฟรี 

ที่มา http://www.bbc.com/news/av/science-environment-41446460/iconic-kiwi-could-be-extinct-in-50-years

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

ย่อยสลาย เน่าเปื่อย ผุพัง

วิดีโอคลิปแสดงการทำงานของสิ่งมีชีวิตในดินหรือบนดินที่มีส่วนช่วยให้เกิดการกระบวนการสลายสารอินทรีย์เชิงกายภาพ ที่มีขนาดใหญ่ จนมีขนาดเล็กลง ทำให้จุลชีพเช่นแบคทีเรียหรือเห็ดราไปใช้ต่อ และเปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นสารอนินทรีย์ที่เราเรียกว่าปุ๋ยได้ (แต่คงมองไม่เห็นในคลิป)

มีการใช้คำว่า bioturbation เปิดดูใน wikipedia แล้วก็ไปเปิดใน longdo.dict พบว่าเป็นศัพท์ที่แปลไทยว่า “การรบกวนตะกอน” …ซึ่งแน่นอนว่าคนละเรื่องกับสิ่งที่เห็นในคลิประดับหนึ่ง แต่คงเป็นไปได้หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใต้น้ำ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

กำแพงคอนกรีตในตำนาน

ชายฝั่งของประเทศไทยกำลังประสบปัญหาถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมหนึ่งที่สำคัญ และหลายวิธีที่ถูกนำไปใช้ในการชะลอความเสียหายได้ผลบ้างหรือส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ผล ตัวอย่างการรายงานจาก ThaiRath TV ด้านล่าง

ในหลายประเทศได้มีการสร้างกำแพงที่เรียกว่า Sea Wall ขึ้นมา แต่ก็พบว่ากำแพงดังกล่าวมักไม่สามารถทนต่อแรงกัดเซาะได้ แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ไปศึกษากำแพงที่ชาวโรมันทำขึ้นมา พบว่าอยู่ยั้งยืนยงมากกว่ากำแพงคอนกรีตของเราในปัจจุบัน

เมื่อศึกษาในเชิงลึก นักวิทยาศาสตร์ทราบถึงองค์ประกอบว่ามีส่วนผสมของเถ้าภูเขาไฟ (volcanic ash) ที่มีแร่ธาตุที่เมื่อสัมผัสกับน้ำทะเลกลับช่วยให้โครงสร้างโดยรวมแข็งแรงยิ่งขึ้นไปอีก

หากในอนาคต นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจส่วนประกอบ และคิดค้นสูตรผสมคอนกรีตโรมันในตำนานนี้ขึ้นมาได้ อาจช่วยลดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย หรือที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้ด้วย

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 1 สารเคมีแห่งชีวิต, บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

เครื่องจักรชั่วนิรันดร์

มีไหม เครื่องจักรที่ทำงานเองได้ตลอดไป

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

การสู้กันของยีราฟ (มวยไทยเวอร์ชัน)

Giraff_200px_2012

ยีราฟเพศผู้อาจสู้กันด้วยการใช้คอที่เหมือนกระบองขนาดใหญ่ และด้วยวิวัฒนาการที่เกิดขึ้น ทำให้ส่วนคอและกระโหลกสามารถใช้สู้กันได้โดยไม่ต้องบาดเจ็บกันมากนัก แต่ก็มีการพบว่ายีราฟอาจสู้กันจนกระทั่งได้แผลได้เลือดได้ หากมุมและการเคลื่อนที่นั้นทำให้เกิดแรงเฉือนในจุดที่บอบบางเช่นใกล้ ๆ ดวงตา

ในคลิปข้างบน ยีราฟตัวหนึ่งใช้ส่วนเขาอัดเข้าที่ท้ายทอยของยีราฟอีกตัว จนทำให้ยีราฟตัวนั้นล้มทั้งยืน ลงไปนอนให้กรรมการนับสิบได้ แต่โชคดีที่มันก็ลุกขึ้นเองได้ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นเหยื่อของผู้ล่าได้โดยง่าย

หากฟาดกันด้วยแรงและคอที่ใหญ่ ยีราฟตัวที่มีคอใหญ่ยาวอาจได้เปรียบ แต่หากยีราฟที่เสียเปรียบใช้ท่าจู่โจมแบบในคลิปก็อาจสามารถล้มยีราฟที่มีร่างกายเหนือกว่า และผู้ชนะก็มีสิทธิ์ในการจับคู่ผสมพันธุ์กับยีราฟเพศเมียนั่นเอง

Clip: https://www.facebook.com/TELEGRAPH.CO.UK/videos/10155629056039749/

(Giraffes use Muay Thai Low Kick moves caught on camera)

ในอีกคลิปหนึ่ง ตามลิงก์ที่ให้ ยีราฟใช้คอและหัวฟาดไปยังขาหรือเข่าของคู่ต่อสู้ แทนที่จะฟาดกันที่คอ ซึ่งจะไม่ทำอันตรายนักกับฝ่ายตรงข้าม

เทคนิกที่เหมือนการเตะเจาะยางของมวยไทยนี้ อาจทำให้ยีราฟที่มีรูปร่าง เช่นคอที่เล็กกว่า อาจเอาชนะยีราฟที่ร่างกายเหนือกว่า และมีสิทธิ์จับคู่ผสมพันธุ์กับเพศเมียได้เช่นกัน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

วาฬกระซิบ

วาฬหลังค่อม (humpback whale) มีพฤติกรรมส่งเสียงร้องสื่อสารกับพวกเดียวกันที่อาจดังไปไกล แต่กับระหว่างแม่และลูกแล้ว การส่งเสียงดังเกินไปคงไม่ใช่เรื่องจำเป็นเพราะว่ายน้ำคลอเคลียอยู่ใกล้กัน และดูเหมือนว่าการส่งเสียงดังอาจทำให้ผู้ล่ารู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหนด้วย ทำให้พบได้ว่าวาฬแม่ลูกใช้การสื่อสารแบบที่เรียกได้ว่ากระซิบกันเบา ๆ

1493611335284(1)

ที่มา: http://www.bbc.com/news/science-environment-39720454