บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 6 โครงสร้างและหน้าที่ในพืช

การเก็บรักษาเมล็ดพืชในคลังเมล็ด

ยังคงอยู่กันที่เซ็นทาราแกรนด์เพื่อฟังบรรยายวิชาการในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วทท.) ครั้งที่ 37 กันต่อนะครับ โดยในวันพุธที่ 12 ตุลาคม 2554 นี้ผมได้เป็นกรรมการร่วมอีกครั้ง แต่ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไปทำงาน จึงทำให้มีเวลาว่างไปฟังบรรยายห้องข้างๆ ซึ่งเป็น Session K หรือด้านพฤกษศาสตร์ (botany) หรือวิทยาการพืช (Plant Sciences) ได้นั่นเอง

Hugh W. Pritchard

ผู้บรรยายในห้องนี้ท่านแรก เป็นวิทยากรรับเชิญมาจากสวนพฤกษศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังรู้จักกันไปทั่วโลกที่ชื่อว่าคิว (Royal Botanical Gardens Kew, UK) ซึ่งสมัยผมเรียนอยู่ที่อังกฤษก็ไปเที่ยวที่คิวกันปีละอย่างน้อยหนึ่งครั้งกันเลยทีเดียว

ในช่วงต้นวิทยากรกล่าวถึงทศวรรษแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (Decade on Biodiversity ระหว่างปีค.ศ. 2011-2020 ของ UN) ไม่ใช่เพียงแค่เป็นปีๆแล้ว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็มีข้อมูลความเสี่ยงของการสูญพันธุ์ไปของสิ่งมีชีวิตบนโลกหากอุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน (Global Warming) ทำให้ไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป ต้องรีบรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลกเอาไว้ให้ได้

แต่ปัญหามันมากมายเหลือเกิน ในส่วนที่ผู้บรรยายช่วยได้คือการทำคลังเมล็ด (Seed Bank) ที่วิทยากรเล่าว่าเรารู้จักการเก็บตัวอย่างในรูปของคลังเมล็ดมานานแล้ว ในแหล่งข้อมูลเองก็มีประวัติเรื่องการเก็บเมล็ดอยู่ และในส่วนต่อไปก็คือสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเมล็ด (seed biology) และการงอกของเมล็ด (germination)

เมล็ดที่เก็บไว้จะงอกได้ไหม?

นักวิทยาศาสตร์อยากเก็บมันเอาไว้ได้นานๆ เช่นร้อยปี สองร้อยปี ระหว่างนั้นก็จะสุ่มมาปลูกเพื่อเก็บเมล็ดใหม่ไปเรื่อยๆทุก 10 ปี หากทำถี่กว่านี้ก็เปลืองทั้งแรงคน แรงเงิน ทำน้อยกว่านี้เมล็ดก็อาจจะเสียสภาพการมีชีวิตไป (viability) งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของเมล็ดอันเนื่องมาจากวิธีการเก็บเมล็ดจึงมีความจำเป็น จากหลักฐานที่มี แสดงให้เห็นถึงการเก็บเมล็ดด้วยไนโตรเจนเหลวมากว่าร้อยปีแล้ว

ปัจจุบันนี้เราทราบว่าเมล็ดพืชมีน้ำอยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ทำให้มันอยู่ในภาวะพัก (dormancy) ซึ่งทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น สมัยก่อนนั้นอาจเก็บในที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส แต่ปัจจุบันจะเก็บเมล็ดกันที่ -20 องศาเซลเซียส ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ายิ่งเย็นยิ่งดี (แต่ก็ยิ่งเปลือง) นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกว่าทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด ที่จะทำให้เมล็ดอยู่ในสภาพที่เรียกว่า glassy state หรือมีความแห้งมากและเย็น

การทำให้เมล็ดแห่งก่อนทำให้เย็นกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ หรือมีน้ำมันมาก มันแห้งยาก หรือเมื่อเย็นแล้วจะมีผลึกน้ำแข็งเกิดขึ้น ทำลายเนื้อเยื่อของเอ็มบริโอภายในเมล็ด จึงมีงานวิจัยที่จะแยกเอาแต่เฉพาะเอ็มบริโอมาเก็บรักษา และยังพบว่าสามารถทำให้งอกได้อยู่เช่นกัน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ที่คลังเมล็ดได้ทดสอบการงอกของเมล็ดกว่า 63,000 ครั้ง กับพืช 10,600 ชนิด และก็จะทำการศึกษาต่อไปเพราะการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นต้นอะไรต่างก็มีความสำคัญเช่นกัน

อ่านต่อ:

Hugh W. Pritchard

…ภาพไม่ชัด…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s