บทที่ 2 เซลล์, บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

มะเร็งที่แพร่ระบาดได้

14902260469961.jpg

ตัวแทสมาเนียนเดวิล คงไม่อยากกัดกันแล้วเป็นมะเร็ง แต่โรค Devil Facial Tumour Disease (DFTD) กำลังทำให้ประชากรของสัตว์ชนิดนี้ลดลงไปเรื่อย ๆ

ปกติแล้วมะเร็งไม่แพร่ระบาดแบบโรคติดต่อ เพราะเซลล์มะเร็งจะมีผิวเซลล์ที่หลอกภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ แต่หลอกตัวอื่นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อสัตว์ได้รับเซลล์มะเร็งจากสิ่งมีชีวิตตัวอื่น ระบบภูมิคุ้มกันจะเห็นมันเซลล์แปลกปลอม และทำลายได้

แต่เซลล์ของ DFTD ไม่มีผิวเซลล์ที่ภูมิคุ้มกันจะจำได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวไหน มันจึงแพร่ระบาดได้เมื่อแทสมาเนียนเดวิลกัดใบหน้ากัน ก็จะได้รับเซลล์มะเร็งของตัวที่เป็นอยู่เข้าไป และเมื่อเป็นแล้วก็มักจะตายภายในไม่กี่เดือน แทสมาเนียนก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมการกัดหน้ากัน ดังนั้นจึงทำให้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

แม้จะทำนายได้ว่ามันจะสูญพันธุ์ไปด้วยโรคนี้ กับการระบาดของโรคแบบนี้ แต่มันก็ยังไม่สูญพันธุ์ไป นักวิทยาศาสตร์พบว่าในบางประชากรที่เริ่มการพัฒนาภูมิคุ้มกันต่อเซลล์มะเร็งนี้ขึ้นได้

นักวิทยาศาสตร์พยายามจะช่วยให้แทสมาเนียนอยู่รอดต่อไปด้วยวิธีต่าง ๆ เช่นการหาประชากรที่ไม่เป็นโรคมาเลี้ยง เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรที่ไม่เป็นโรค รวมถึงการทำวัคซีนถ้าเป็นไปได้

แทสมาเนียนเดวิลเอง มีวิวัฒนาการในการต่อสู้กับโรคนี้ไม่โดยทางตรงก็ทางอ้อม เช่นการที่เพศเมียมีลูกได้ตั้งแต่อายุยังน้อย (12 เดือน) ทำให้อย่างน้อยมันก็จะมีลูกได้ ก่อนที่จะเป็นโรค ดังนั้นหนทางรอดจากการสูญพันธุ์จากโรคมะเร็งที่แพร่ระบาดได้ในหมู่แทสมาเนียนเดวิล ก็อาจจะอยู่ที่ความสามารถในการปรับตัวและวิวัฒนาการของมันเองได้เช่นกัน

สู้ต่อไป…

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 4 วิวัฒนาการ, บทที่ 5 ความหลากหลาย

สาหร่ายสีแดงโบราณ

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาในวารสารออนไลน์ PLoS Biology ถึงการใช้เครื่องเอ็กซเรย์แบบใช้ลำแสงซิงโครตรอน (synchrotron-based X-ray) หรือจากเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อศึกษาว่าก้อนหินโบราณจนพบว่าข้างในมีโครงสร้างเล็ก ๆ ของสิ่งที่ดูเหมือนสาหร่ายสีแดง (red algae) อยู่ ซึ่งทำให้อายุของพืชในกลุ่มสาหร่ายอาจมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เมื่อตั้งแต่ 1.6 ล้านปีก่อนแล้วนั่นเอง

WP_MyBiology_Fossil_200px_20110906_01

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 5 ความหลากหลาย, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

แมงมุมเป็นนักล่าแมลง

นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาแมงมุม (spider) เป็นอาชีพ มีชื่อเรียกว่า arachnologist ในขณะที่คนที่กลัวแมงมุมจะเรียกว่า arachnophobia นักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เสนอว่าแมงมุมทั่วโลกน่าจะช่วยกันกินแมลง 400-800 ล้านตันในแต่ละปี

Spider_small_2012

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

สวนดอกไม้กับความอยู่รอด

สวนหรือแปลงดอกไม้ที่มีคุณภาพสูง มีผลต่อความอยู่รอดของแมลงภู่ (bumblebee) ได้ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงการดำรงชีวิตของแมลงภู่ที่อยู่ในประเทศเขตอบอุ่น ที่จำศีลเพื่อหนีหนาว และต้องออกมาหาอาหารทันทีที่ออกจากการจำศีล

นักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Science เสนอว่าแปลงดอกไม้ที่มีคุณภาพของอาหารสูง ช่วยให้อัตราการอยู่รอดของแมลงภู่ดีขึ้น

ForagingBee1

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

มลพิษทางอากาศกับภาวะโลกร้อน

นักวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances อธิบายถึงปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศจีน ที่ดูเหมือนจะวนเวียนอยู่ในประเทศจีนเป็นเวลานานเกินกว่าปกติที่การหมุนเวียนของอากาศควรช่วยกระจายมลพิษไปได้ในเวลาที่น้อยกว่านั้น

ผลการศึกษาเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ทำให้น้ำแข็งของทะเลอาร์กติกละลายมากกว่าปกติในปี ค.ศ. 2012 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ และทำให้มลพิษทางอากาศของจีนในปีต่อมาไม่ไหลถ่ายเทไปไหนง่าย ๆ

Logo_Webmaster_100.jpg

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 8 นิเวศวิทยา

เมื่อแพลงก์ตอนกินพลาสติก

หากดูเต่ากินเหรียญเข้าไปแล้วเป็นเรื่องเศร้า การที่แพลงก์ตอนหรือสัตว์อื่นกินพลาสติกขนาดเล็ก ๆ เข้าไปแล้วย่อยไม่ได้ แถมไม่มีหมอวาผ่าออกให้ด้วยก็เศร้าเหมือนกัน

Metastasis_2013

ที่มา: http://www.bbc.com/news/science-environment-39217985

บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์

วัดน้ำตาลจากเหงื่อ

แทนที่จะต้องเจาะเลือดเพื่อวัดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เราสามารถวัดน้ำตาลในเลือดจากเหงื่อได้

sketch1161559481.png

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 7 โครงสร้างและหน้าที่ในสัตว์, บทที่ 8 นิเวศวิทยา

เต่าออมสิน

ทุบโต๊ะข่าว:ตะลึง!ผ่าท้องเต่าออมสินเจอ915เหรียญหนัก5กิโลคากระเพาะหลังคนโยนลงบ่อแก้เคล็ด 06/03/60 (Amarin TVHD)

พฤติกรรมการกินสิ่งแปลกปลอม ที่ไม่ใช่อาหารเข้าสู่ร่างกายของสิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

สำหรับสัตว์ในธรรมชาตินั้น นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีคำอธิบายที่เป็นคำตอบของพฤติกรรมเหล่านี้ได้หลากหลาย เช่น การกินเพื่อให้ได้สารอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะแร่ธาตุที่จำเป็น และหาได้ยากจากแหล่งอาหารอื่น ตัวอย่างที่ทุกคนคงเคยได้ยินกันคือการพฤติกรรมการกินดินโป่ง (salt lick) ของสัตว์ ที่ในบางครั้งมนุษย์ก็เข้าไปทำดินโป่งเทียมขึ้นมา เพื่อให้สัตว์ได้รับแร่ธาตุที่จำเป็น และมีสุขภาพดี

สัตว์บางชนิดกินหินกินกรวดเข้าไปเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร ยกตัวอย่างเช่นสัตว์ปีกที่ไม่มีฟัน หรือการเคี้ยว ทำให้เมื่อกินเมล็ดพืชเข้าไปแล้ว ต้องมีอวัยวะช่วยในการบดเมล็ด และการกินหินเล็ก ๆ หรือก้อนกรวดเข้าไป จะกลายเป็นโครงสร้างที่จะขบบดเมล็ดพืชแข็ง ๆ ที่มันกินเข้าไปได้

สัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสัตว์น้ำ อาจมีพฤติกรรมในการกินหิน กินกรวดเข้าไปเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ถ่วงตนเองไม่ให้ถูกพัดไปตามกระแสน้ำ หรือเพื่อให้คงตำแหน่งในระดับความลึกที่ต้องการก็ได้

สัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงหรืออยู่ที่คุมขัง อาจกินวัตถุอื่นเช่นเหรียญดังข่าวเข้าไปเนื่องจากไม่มีอาหารเพียงพอ อยู่ในภาวะอดอยาก หรือเกิดจากความเครียด เบื่อ ได้

กระปุกออมสิน (piggy bank) มักเป็นรูปหมู หรือที่เรียกว่าหมูออมสิน สำหรับข่าวนี้ จึงมีคนตั้งชื่อเต่าตัวนี้ว่าเป็นเต่าออมสิน

ลิงก์